กรุงเทพฯ 8 มกราคม 2559 – วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผยธุรกิจโฮสเทล เป็นดาวรุ่งมาแรงในวงการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปัจจุบันที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ที่ท่องเที่ยวคนเดียวและต้องการพบปะเพื่อนใหม่ในการเดินทางได้อย่างตรงจุดที่สุด สำหรับธุรกิจโฮสเทลในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามสำหรับการประกอบธุรกิจโฮสเทลนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจถึงจุดประสงค์ของนักท่องเที่ยวผู้เข้าพัก และออกแบบที่พักเพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าพักมาที่สุด โดยสามารถสรุปเป็นกลยุทธ์ 5 ข้อ คือ เข้าใจ เข้าทาง เข้าพัก เข้าถึง และเข้าหา
นายบุริม โอทกานนท์ รองคณบดีงานสนับสนุนการศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า จากการเติบโตของธุรกิจโฮสเทลในปัจจุบันถือเป็นโอกาสดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักเข้าประเทศ โดยในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2558 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว 22 ล้านคน โดยอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้ถึง 1.8 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ประเทศไทยยังติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่นักท่องเที่ยวคนเดียวไม่ควรพลาดจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ www.lifehack.org ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ในประเทศไทย มีโฮสเทลมากกว่า 2,000 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของที่พักนักท่องเที่ยวทั้งหมด ถือได้ว่ามีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากในช่วงปีที่ผ่านมา และหากพิจารณาถึงด้านรูปแบบของตัวธุรกิจแล้วนั้น โฮสเทลเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและไม่มีข้อจำกัดที่ตายตัว ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจโฮสเทลมีอิสระในการออกแบบรูปแบบของโฮสเทลได้ตามต้องการ โดยอาศัยความโดดเด่นและเอกลักษณ์ประจำตัวเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จากปัจจัยทั้งในแง่ของมูลค่าอุตสาหกรรมและเทรนด์พฤติกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันทำให้ธุรกิจโฮสเทลจึงเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่หันมาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจโฮสเทลมีโอกาสเพิ่มเติบโตขึ้นอีกกว่าร้อยละ 10 ภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต
นางสาวอัฐภิญญา ปุณณมากุล นักศึกษาวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า ตนและสมาชิกในกลุ่มได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนากลยุทธ์การทำธุรกิจโฮสเทลให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาConsulting Practice ที่ออกแบบให้นักศึกษาได้ปฏิบัติจริง เพื่อสามารถนำไปต่อยอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยงานวิจัยเริ่มต้นจากการสอบถามผู้ใช้บริการโฮสเทล 200 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างทั้งนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปและเอเชียจำนวน 30 คน เมื่อได้ผลออกมาสามารถสรุปเป็น 5 กลยุทธ์ดังนี้
อย่างไรก็ตามก่อนการศึกษาวิจัยดังกล่าวได้ศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวในปัจจุบันพบว่า เทรนด์การท่องเที่ยวคนเดียว (Solo Traveling) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวกล้าที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้น โดยผลสำรวจของ Visa Global Travel Intentions Study ปี 2558 ที่สอบถามนักท่องเที่ยวจำนวน 13,000 คนจาก 25 ประเทศ พบว่ามีการท่องเที่ยวคนเดียว ร้อยละ 24 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ10 เมื่อเทียบกับปี 2557และจากเทรนด์ดังกล่าวทำให้ธุรกิจโฮสเทลเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากร้อยละ 64 ของนักท่องเที่ยวคนเดียวนั้นเลือกใช้บริการที่พักประเภทโฮสเทล โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงอายุ 18 - 30 ปี ซึ่งมีเหตุผลหลักคือเรื่องราคา ความต้องการพบปะเพื่อนใหม่ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ท่องเที่ยวระหว่างกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยกัน
ด้าน นายคมสิทธิ์ แสงมณี ผู้ร่วมก่อตั้งโอลด์ทาวน์โฮสเทล (Old Town Hostel)โฮสเทลชื่อดังย่านเจริญกรุง ที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ชาวต่างชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจโฮสเทลได้รับความนิยมในต่างประเทศมาระยะใหญ่แล้ว เนื่องจากเทรนด์ของการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวคนเดียวและใช้บริการที่พักแบบโฮสเทล ทั้งนี้ก็เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมเดินทางใหม่ๆ ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์ และจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเกอร์และเข้าพักโฮสเทลมากว่า 75 ประเทศ หนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญที่ทำให้ผู้เข้าพักมีความพึงพอใจกับโฮสเทลนั้น คือพื้นที่ส่วนรวม (Common area) ซึ่งมีจุดประสงค์หลักสำหรับใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเกอร์ที่เข้าพักในโฮสเทลเดียวกันมากขึ้น จึงกล่าวได้ว่าการยอมสละพื้นที่ห้องพักและสร้างเป็นพื้นที่ส่วนรวมมากขึ้นจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการโฮสเทลไม่ควรมองข้ามเพราะหากนักท่องเที่ยวมาใช้บริการและประทับใจในโฮสเทลและการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมเดินทางใหม่ๆแล้วนั้น การบอกต่อแบบปากต่อปากผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ธุรกิจโฮสเทลประสบความสำเร็จได้ภายใต้ระยะเวลาอันสั้น
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU)โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเข้าไปที่ www.cmmu.mahidol.ac.th
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น